วันศุกร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2557

ตอนที่ 3 ..สองมือที่มีความหวัง และพลังของความพยายาม

                    เกริ่นนำตอนที่ 3 นี้ ก่อนอื่นเลย ก็ต้องสวัสดีปีใหม่ พ.ศ.2557 หรือ 2014 ใน ระบบ ค.ศ. สำหรับตอนที่3 นี้ ก็ขออนุญาตเขียนเรื่องราวของมิตรสหายท่านหนึ่ง เป็นมิตรสหายที่สนิทกันมากและได้ยินข่าวดีในระดับหนึ่ง ก็ขอแสดงความยินดีในระดับเบื้องต้น จึงย้อนมองไปถึงภูมิหลังของเขาที่ตัดสินใจในการเรียนต่อระดับที่ผิดคาดอย่างมาก (สำหรับหลายคน) แต่มีหลักคิดและมีจุดยืนที่ดีจนประสบความสำเร็จดังใจฝัน

                        ขออนุญาตไม่เอ่ยชื่อถึงแต่ได้ขอสัมภาษณ์ทางระบบ Social Chat เพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จในระดับนี้ มีปัจจัยที่ส่งผลในระดับนี้ได้ แบ่งเป็น 2 ส่วน คือส่วนที่หนึ่งคือ ระดับพฤติกรรมส่วนตัวอันประกอบด้วย ความตั้งใจ ความอดทน ความขยัน และในระดับจิตใจที่ประกอบด้วย ความกตัญญู ความเสียสละ การสั่งสมบุญบารมีทางศาสนา และ การตั้งใจมั่น 

                         โดยส่วนตัวขอไม่พูดถึงเรื่องระดับจิตใจเพราะว่า บก.เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้เป็นความเชื่อของแต่ละบุคคล สิ่งที่สำคัญเลย บก. ขอพูดถึงพฤติกรรมส่วนตัว อื้อจำได้ว่าตอนประถมเพื่อนคนนี้เรียนเก่งพอๆกัน และได้มีโอกาสเรียนมัธยมด้วยกัน แต่สิ่งที่ต่างกันคือ ม.4 เราตัดสินใจเรียนในแผนการเรียนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ส่วนเขากับเลือกเรียนในแผนการเรียนทั่วไป ซึ่งคิดว่าการตัดสินใจนี้เป็นการตัดสินใจที่ไตร่ตรองอย่างดีแล้ว เพราะเขาใช้เวลาที่ไม่ต้องมาม๊วนใจ๋ในตำราวิทย์กองมหึมาในการเรียนรู้สิ่งที่เขาชอบคือ นิติศาสตร์บัณฑิต ม.ราม ปัจจุบันเขาจบแล้วและมีข่าวดี ความตั้งใจ ความอดทนและความขยันของเขานี้เองเป็นแรงขับเคลื่อนให้เขาพบกับจุดหมายที่ดี 

                         ความพยายามคือคำที่ดีที่สุดที่่จะใช้อธิบาย บก.เองมีความพยายามเหมือนกันความพยายามในการพัฒนาการเขียนบทความ แม้ความพยายามนั้นจะต่างเรื่องกัน แต่มันคือปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ชีวิตคนเราไปถึงจุดหมายที่เราต้องการหรือตั้งเป้าไว้ ความพยายามในตัว บก. เอง ถือว่าอยู่ในระดับที่แย่มาก พยายามในสิ่งที่ชอบ แต่ความพยายามในการทำให้ถึงความฝันมันน้อยมากเลยนะ จนได้ยินเรื่องของมิตรสหายที่รักยิ่งคนนี้ บก.เองก็ดีใจและเห็นคุณค่าของความพยายามมากขึ้น อื้อบทนี้อาจจะเขียนแบบงง แต่สุดท้ายก็ขอตั้งปณิธานว่า 

บก.จะขอใช้ความพยายามที่มีขึ้นเป็นประกายไฟอ่อนๆ ในใจในการทำสิ่งที่ บก. ฝันมาทุกวัน คือ ลดน้ำหนัก 

ผู้รู้คุณค่าของความพยายามย่อมมีความสำเร็จในระดับจิตใจ

ดอกไม้ที่ปลูกด้วยใจรัก ย่อมมีดอกผลที่งดงามเสมอ

แล้วคุณหล่ะ จะพยายามเื่พื่ออะไร 

บก.นักเพ้อฝัน 9/1/2014

วันอาทิตย์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ตอนที่ 2 ความลับของนักวิ่ง(หนี)


                         คนที่รู้จักเราดีย่อมจะรู้ว่าเรานั้นเป็นนักวิ่งนะ เอ้ยจริงอ่ะ หลายคนอาจจะตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความจริงในเรื่องนี้ เป็นไปได้หรอ บก.ตัวอ้วนนะ กลิ้งรึป่าว บก.แต่มันไม่ได้เป็นอุปสรรคแก่ตัว บก. เพราะ บก.ค่อนข้างจะกลัวในหลายเรื่องๆ พูดมาถึงตอนนี้หลายคนชักงง ความกลัวเกี่ยวอะไรกับการเป็นนักวิ่ง เกี่ยวโดยอย่างยิ่ง เพราะการวิ่งของ บก.นี้ เป็นการวิ่งนี้ปัญหา 

                          ตั้งแต่เกิดมาจนอายุ 20 ปี นี่ ยอมรับว่า เป็นคนที่ไม่กล้าเผชิญกับสิ่งที่กลัวมาตลอด การเป็นคนหนีปัญหาเล็กๆน้อยๆ จนเป็นคนที่เคยตัดสินใจผิดพลาดครั้งนึงในชีวิตมันเป็นอะไรที่ค่อนข้างจะโหดร้ายมาก เพราะความกลัวเคยทำให้เราเคยทิ้งความฝันไปสู่การหลงใหลในภวังค์แห่งการเข้าข้างตนเอง และด้วยความกลัวในเรื่องบางเรื่อง บอกตรงๆ คือรับน้อง การตัดสินใจทิ้งมหาวิทยาลัยที่ตนเฝ้าฝันว่าจะศึกษาที่นั้น มันเป็นการหนีปัญหาที่ทำให้เราเองเป็นคนเครียด เครียดพอๆกับพ่อแม่และคนในบ้าน เราคิดนะว่าเราหาทางออกให้ชีวิตดี แต่บางทีมันก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้น ความเครียดนั้นทำให้เราซึมเซื่องไปโดยปริยาย แต่การได้เข้าวัดเข้าวาไปถวายสังฆทาน (ไปวัดห้วยพลู อ.นครชัยศรี นครปฐม) เนื่องด้วยมีคุณลุงเป็นพระภิกษุสงฆ์ที่นั่น ทำให้เราแลสงบขึ้น การตัดสินใจในครานั้นตัว บก. เองตัดสินว่า จะหยุดเรียนไป 1ปี แล้วค่อยซิ่วเอาที่อื่น โดยไม่สนใจคนอื่นๆ ว่าจะทำยังไง เบอร์เพื่อนที่ มหาวิทยาลัยแห่งนั้น บก. ลบ หมด ไม่สนใจใครทั้งนั้น โทรศัพท์ปิดเครื่อง เพื่อนในเฟสก็ลบทิ้ง มันคงเป็นผลที่เราตัดสินใจนะ เราไม่กล้าจะสู้หน้าใครหรอก จนในที่สุดลงเอยด้วยการที่ว่า บก.เคยสอบของมหาวิทยาลัยปัจจุบันไว้จึงตัดสินใจยืนยันสิทธิเข้าเรียน 

                      ความลับของนักวิ่งอย่าง บก. มันไม่ใช่ความลับที่น่าประทับใจเท่าไหร่ มันเป็นสิ่่งที่ทำร้ายตัวเราอยู่โดยที่เราไม่รู้ตัว เราเองอาจจะคิดว่าการหนีปัญหาเป็นเรื่องที่ทำให้เราสบายใจแต่เมื่อลองมองดูให้ถี่ถ้วนแล้วการหนีปัญหา มันก็เหมือนกับการผลักปัญหาไปให้ผู้อื่น สุดท้ายเราเองก็ยังรู้สึกเหมือนมีปมที่ค้างคาอยู่เรื่อยไม่รู้จักหมดจักสิ้น มันไม่ใช่สิ่งดีหรอกหากยังยืนกรานที่จะเป็นคนที่หนีปัญหาอยู่ต่อไป เพราะนอกจากจะทำให้เราไม่รุ้จักโตแล้ว เราเองแหละที่จะเป็นคนแพ้ภัยในตัวเอง 

จบดีกว่า ตอนที่ 2
บก.นักเพ้อฝัน


ตอนที่ 1 เบื้องลึกของการตัดสินใจ



                                    This diary have a hope...ไดอารีนี้มีหวัง ไม่รู้ทำไมถึงได้ตัดสินใจเขียนบล๊อกบล๊อกนี้ขึ้นมานะ มันอาจจะเป็นความเชื่อโดยส่วนตัวที่ว่า คนเรานั้นสามารถลิขิตชีวิตได้ด้วยตนเอง เพราะฉะนั้นทุกก้าวที่เดินพลาดมันย่อมต้องมีทางออกที่ดีที่สุด แม้ว่าปัญหานั้นจะหนักหนาสักเพียงใดก็ตาม ปกติไม่เคยคิดว่าจะเขียนบล๊อกในหัวข้อที่แลจะเกี่ยวกับการสร้างกำลังใจเท่าไหร่ เพราะว่ามักจะเขียนในเรื่องที่เกี่ยวข้องการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวในเรื่องต่างๆ เสียเป็นส่วนใหญ่ 

                                     This diary have a hope...ไดอารีนี้มีหวัง ไม่ได้หวังว่าจะเป็นนักจุดประกายความคิดแต่หวังว่าพื้นที่ในบล๊อกนี้ อาจจะช่วยชี้นำทางให้ใครบางคนสามารถเรียนรู้เพื่ออยู่อย่างเป็นสุขได้เสมอแม้จะเจอสถานการณ์ที่ยากลำบากสักเพียงใด เราเองอาจจะไม่ใครคนที่เด่นดีอะไรหนักแต่ด้วยการเชื่อมั่นในตนเองตามคติธรรมของปราชญ์ขงจื๊อที่อาจจะฟังดูแล้วมันเพ้อเจ้อไร้สาระ แต่คำคมนี้สามารถนำมาใช้ในการชี้นำชีวิตให้มีแรงในการต่อสู้เสมอๆ นั่นคือ "ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน" 

                                     พูดก็พูดเถอะ เราก็ไม่ใช่คนที่เก่งการใช้ภาษาเท่าใดแต่การที่ตัดสินใจเขียนเรื่องนี้มันก็รู้สึกทะแม่งชะมัดยาก เอ้ เพราะอะไร เราอกหัก หรือป่าว เราสอบตกหรือหรือป่าว หรืออะไร ไม่เข้าใจ เราเองก็งงเหมือนกันว่าทำไมเราถึงตัดสินใจเขียนเรื่องแต่ก็ช่างเหอะ มันอาจจะมีประโยชน์บ้าง ถ้าไม่มีก็ปล่อยให้มันจรรโลงใจก็ยังดี ละกัน 

จบตอนที่ 1 ดีกว่า
บก.นักเพ้อฝัน